[EXSZ]Event 00 Part1

posted on 07 Aug 2013 21:20 by grianteb
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
ประมาณว่า.... เกือบลืม.....ประมาณว่างานท่วม;w; แต่ก็พยายามปั่น(ไฟไหม้จนเหลือแต่เถ้า)
เพิ่งจะทำได้แค่พาร์ทแรก ซึ่งคือพาร์ทตอนใช้ชีวิตปัจจุบันของธีรเจต....
 
ตอนแรกก็ว่าจะวาดคอมิคล่ะนะ....แต่ทำไม่ทัน..งานเข้าซะ...
 
หวังว่าจะอ่านรู้เรื่องนะครับ
รูปประกอบเผาโคตรเผา....
...........................................................
 

เป็นอีกวันที่ผมต้องวิ่งหนีสุดชีวิตจากพวกซอมบี้  จากความกลัวในตอนแรกตอนนี้มันชักจะเป็นความหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว  เสียงฝีเท้านับสิบไล่กวดตามมาด้านหลังของผมอย่างไม่ลดละ หนึ่งในเสียงฝีเท้าเหล่านั้นเป็นเพื่อนร่วมทางของผม นอกนั้นเป็นพวกห่าจิกผีดิบเดินได้ หรือจริงๆคือตอนนี้มันวิ่งไล่ตามเราทั้งคู่อยู่

 

  ผมวิ่งสุดฝีเท้าเพื่อให้พ้นจากพวกมัน แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนร่วมทางร้องขอความช่วยเหลือ    ผมหมุนตัวกลับแล้ววิ่งไปหาเธอทันที ให้ตาย!มีแต่เรื่องน่าหงุดหงิดทั้งนั้น!!

ตรงหน้าห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว เพื่อนร่วมทางกำลังนอนกลิ้งยันไอ้ตัวที่คร่อมอยู่บนตัวเธอซึ่งมันพยายามจะฝังคมเขี้ยวลงบนแขนเล็กๆของเหยื่ออย่างไม่ลดละ ผมวิ่งเข้าไปหวดขวานจามหัวมันไปหนึ่งที ส่งให้มันลงไปนอนชักกระตุกเลือดและไขสมองไหลโกรกอยู่ข้างๆเพื่อนร่วมทางผู้ดวงซวยซึ่งคงโดนมันคว้าตัวไว้ได้

 

“เร็วเข้า!!!” ผมตะโกนเร่งเธอพร้อมออกแรงฉุดกระชากให้เธอขึ้นมายืน เมื่อเราทั้งคู่ตั้งหลักได้แล้วก็ออกตัววิ่งสุดแรงเกิดอีกครั้ง

 

คราวนี้มีพวกมันไล่กวดมากระชั้นชิดมากกว่าเดิม ให้ตาย! ผมล่ะอยากเอาระเบิดลงไปที่ฝูงพวกมันเป็นบ้า ติดตรงที่ไม่มีระเบิดเนี่ยแหละ!!

เราวิ่งไปเรื่อยๆจนเห็นจุดหมายอยู่ไม่ไกลแล้ว อีกแค่ไม่กี่เมตรเท่านั้น ก็จะถึงที่ปลอดภัยที่เอาไว้หลบพวกมันได้ ขณะที่ได้ยินเสียงของพวกมันเข้ามาใกล้เรื่อยๆ มือของผมก็คว้าหมับไปที่ลูกบิดประตูตรงหน้า เปิดประตูได้แล้วก็พุ่งเข้าไปด้านในอาคารทันที เพื่อนร่วมทางตามหลังเข้ามาติดๆ เราช่วยกันดันประตูปิดลงได้ทันก่อนที่พวกมันจะเข้ามาทั้งตัว เพราะบางตัวมันก็ยื่นแขนไขว่คว้าเข้ามาด้านในแล้ว

หลังจากประตูปิดลง พวกมันยังคงพยายามที่จะเข้ามาหาพวกเราด้านใน  ผมและเพื่อนร่วมทางพากันวิ่งขึ้นชั้นสองของตัวอาคาร เราทั้งสองวิ่งเข้าห้องพักห้องหนึ่งบนชั้นสอง ปิดประตูแน่นหนาแล้วอยู่เงียบๆ รอให้พวกมันเลิกสนใจ

  อาคารที่เราอยู่กันตอนนี้เป็นอพาร์ทเมนท์สูงสิบชั้น ตอนที่มาเจอครั้งแรกมีพวกซอมบี้อยู่บ้างแต่เราก็ช่วยกันกำจัดพวกมันและทำให้ที่นี่เป็นที่หลบภัยชั่วคราว

 

เรายังไม่อาจนั่งพักได้อย่างสบายใจ เพราะเมื่อมองลงไปชั้นล่างผ่านหน้าต่างของห้องพัก พวกมันยังยืนออกันอยู่ที่ด้านล่างของตึก ส่งเสียงคำรามหรือครางในลำคออย่างกระหายที่จะกินพวกเรา มีตัวใหม่ๆวิ่งและเดินมาสมทบเพิ่มขึ้นบ้างไม่กี่ตัว แต่เมื่อมองให้ไกลขึ้นก็จะเห็นตัวอื่นๆตามเสียงกันมาเรื่อยๆ

และหากว่ามันบุกเข้ามาในอาคารนี้ได้ เราก็ต้องหนีออกทางระเบียงแล้วข้ามไปยังตึกที่ติดกัน
หลังจากนั้นก็……ไปตายเอาดาบหน้า

 

ผมยืนมองพวกมันและคอยฟังเสียงอยู่ซักพักใหญ่ ยังไม่มีการบุกรุกเข้ามา เวลาผ่านไปจนอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าพวกมันจึงเริ่มสลายตัว ถึงตอนนั้นผมก็นั่งลงถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้าและโล่งอก เพื่อนร่วมทางของผมเองก็ทำเช่นเดียวกัน


“เฮ้อ ค่อยยังชั่ว วันนี้ก็โชคดีรอดมาได้อีกตามเคยเนอะเจต” เพื่อนร่วมทางกล่าวกับผมด้วยเสียงเริงร่า แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเหนื่อยอ่อน

 

“ใช่ โชคดีอีกตามเคย” ผมตอบรับเรียบๆแล้วคุ้ยหาของในกระเป๋าสะพายใบใหญ่ของตัวเอง

 

 เพื่อนร่วมทางของผมคนนี้ไม่ใช่คนแรก เธอเป็นหญิงสาวรุ่นใกล้ๆกับผมเนี่ยแหละที่เธอเคยบอกก็อายุยี่สิบปีชื่อของเธอคือ มินามิโนะ ไอยรา  เป็นสาวลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น

คุ้ยกระเป๋าอยู่ไม่นานผมก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ มันคือซุปข้าวโพดกระป๋อง ผมเปิดกระป๋องแล้วเริ่มจัดการกับซุปข้าวโพดเงียบๆ ไอยเองก็จัดการกับมื้อเย็นของเธอเงียบๆเช่นกัน  ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วทำให้ตอนนี้ห้องทั้งเงียบและค่อนข้างมืด

 

ผมควานหาของในกระเป๋าของตัวเองอีกครั้ง มันเป็นแท่งไฟขนาดพอดีมือ ให้แสงไม่สว่างมากนักแต่ก็สว่างเกินพอสำหรับเรา ตอนนี้เราจัดการมื้อเย็นกันเสร็จแล้ว ไอยย้ายที่นั่งไปอยู่ที่ริมหน้าต่างส่วนผมยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ผมมองเธอกำจี้ห้อยคอของตัวเองและพึมพำเบาๆ เป็นภาพคุ้นตาที่เห็นได้ทุกวัน  ผมไม่เคยถามว่าจี้นั่นมีอะไรและมันก็ไม่จำเป็นด้วย แต่ให้เดาคงเกี่ยวกับคนสำคัญ เกิดเรื่องอย่างตอนนี้ใครๆก็คงจะคิดถึงครอบครัวตัวเองทั้งนั้น

 

พูดถึงครอบครัว ผมมีพ่ออยู่ที่อีกฟากของโลก และผมจะไปหาตัวเขา ต้องหาให้เจอ ผมมั่นใจว่าพ่อจะต้องยังมีชีวิตอยู่ แม้จะมีพวกซอมบี้เวรพวกนั้นเดินกันหน้าสลอนเต็มโลกก็ตาม

 

“แล้ว…เราจะไปไหนกันนะ ทวนให้หน่อยสิ” เสียงของไอยเรียกผมออกจากภวังค์ความคิดเรื่องพ่อ

 

“ที่เราอยู่ตอนนี้คือเมืองบายาโดลิดประเทศเสปน เราจะเดินทางไปที่เมืองปัมโปลนาแล้วข้ามไปฝรั่งเศส เดินทางต่อ ไปยังจุดหมายของฉันก็ที่ไทย ส่วนเธอก็ที่ญี่ปุ่น ระหว่างทางเราก็ข้ามผ่านอีกหลายประเทศล่ะนะ” ผมทวนเรื่องการเดินทางของเราอีกครั้งแบบคร่าวๆ

 

“อีกไกลเลยเนอะ”

 

“ใช่…อีกไกล ตอนนี้เราน่าจะพักผ่อนกัน วันนี้เราได้ของจำเป็นมามากพอแล้ว วันพรุ่งนี้เราจะเดินทางกันต่อ ”



“อือ งั้น ราตรีสวัสดิ์นะ” ไอยตอบรับพร้อมกับเดินผละออกจากหน้าต่างไปที่โซฟา เธอล้มตัวลงนอนเงียบๆ  คงจะเหนื่อยน่าดู ขนาดผมยังเหนื่อยเลย

 

ผมเริ่มทำกิจวัตรที่ทำประจำก่อนนอนทุกคืน นั่นคือการสวดมนต์ มันช่วยทำให้ผมสงบใจได้ หลังจากสวดมนต์เสร็จสิ้นแล้ว ผมก็ล้มตัวลงนอนบนพื้นห้อง ใช้กระเป๋าต่างหมอน เอื้อมมือไปปิดไฟ ห้องมืดลงและเงียบสงบ วันนี้ไม่ต้องจัดเวรยาม เพราะที่นี่ปลอดภัยมากพอที่จะให้เราได้หลับสบาย ผมปิดเปลือกตาลงช้าๆ เพียงไม่นานความง่วงและอ่อนล้าก็ฉุดผมลงสู่ความมืดสงบ….

................................................
 
ยาว...มาก..... ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมครับ^U^

edit @ 7 Aug 2013 21:59:19 by กรูมันเทพ

edit @ 7 Aug 2013 22:02:30 by กรูมันเทพ

Comment

Comment:

Tweet

พาร์ทปัจจุบันยืนยัน
----------------------------
วิ่งหนีกันได้ระทึกขวัญดีมากครับ ฮ่าๆ

#5 By EX_SPREAD on 2013-08-23 11:41

ความรู้สึกเหมือนหนีตายในThe WarZกับปืนที่ไม่มีกระสุน๕๕๕

อ่านแล้วอินมาก เราเอาใจช่วยพวกนายอยู่นะ
/นึกภาพออกเป็นฉากๆเลยค่ะ๕๕๕๕๕
ไปให้ถึงตะวันออกไกลล่ะ!

#4 By ธฟะฟพธฟพนห on 2013-08-18 14:38

@darkgrimreaper เจตใส่เเว่นเฉพาะตอนอ่านหรือเขียนหนังสือน่ะครับ(สายตาไม่ได้แย่มากขนาดนนั้น;w;) ขอบคุณครับ;w;ที่อ่านลื่น ส่วนตัวผมเป็นพวกแต่งนิยายไม่เป็น ฮา ปล.ไอ้ซอมบี้ตัวนั้นมันเหมือนวินจริงๆด้วย=_=

#3 By กรูมันเทพ on 2013-08-09 17:35

อ้าว เจตไม่ได้ใส่แว่นเหรอครับ/จำผิดมา่ตลอด=[]=
อ่านลื่นดีนะครับ ไม่ได้ยาวขนาดนั้นlol ระทึกเบาๆดี
ปล.แอบเห็นซอมบี้ที่ซอกประตูเป็นอาร์วิน555

#1 By Dark Grimreaper on 2013-08-08 18:34